ศูนย์โลกสัมพันธ์ไทย - Thai World Affairs Center

บทความพิเศษ
สศช.แจงผลกระทบ สึนามิกับเศรษฐกิจไทย


อำพน กิตติอำพน
หนังสือพิม์มติชนรายวัน


หมายเหตุ - การเกิดธรณีพิบัติจากคลื่นยักษ์สึนามิใน 12 ประเทศที่อยู่บริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน รวมทั้งประเทศไทย บริเวณ 6 จังหวัด เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ได้สร้างความเสียหายแก่ชีวิตประชาชน นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ และทรัพย์สินจำนวนมาก รวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงามติดอันดับโลก ขณะเดียวกัน ยังสร้างความเสียหายด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากสถานประกอบการถูกทำลาย จนส่งผลกระทบต่อรายได้จากการท่องเที่ยว และการก่อสร้างซ่อมแซมความเสียหาย โดยเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2548 นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ได้เปิดแถลงข่าวเรื่อง "ผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามิถล่มภาคใต้" ดังรายละเอียดต่อไปนี้

จากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่ม 6 จังหวัดภาคใต้ของไทย ทำให้มีหลายหน่วยงานออกมาประเมินผลกระทบด้านรายได้ประชาชาติจากกรณีดังกล่าว ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน สศช.จึงได้ทำการประเมินผลกระทบคลื่นสึนามิต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2548 โดยให้ความสำคัญกับปัจจัยหลัก 3 ประการ ประกอบด้วย ความเสียหายในจังหวัดพังงา ภูเก็ต และกระบี่ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของไทย มีผลกระทบต่อจีดีพีเป็นอันดับหนึ่ง รองมาคือ รายได้จากการประกอบอาชีพ เช่น การทำประมง การค้าขาย และสุดท้ายคือ การสูญเสียรายได้จากการดำเนินงานของภาครัฐและเอกชน

จากการคำนวณผลกระทบด้านอุปสงค์ของเศรษฐกิจ ซึ่งในด้านลบเกิดจากผลกระทบต่อทรัพย์สินและทรัพยากรธรรมชาติที่จะทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวขาดหายไปโดยเฉพาะในช่วงต้นปี และผลกระทบต่อรายได้ของแรงงานที่ต้องตกงาน ซึ่งจะเป็นผลต่อเนื่องต่อการใช้จ่าย ขณะเดียวกัน ก็มีผลในด้านบวกจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการลงทุนด้านการก่อสร้างและเครื่องจักรอุปกรณ์ ตลอดจนการจับจ่ายใช้สอยเพื่อทดแทนทรัพย์สินที่เสียหายไป รวมถึงการใช้จ่ายของภาครัฐเพื่อการฟื้นฟูสถานการณ์ และเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลสู่ประชาชนผู้ที่ประสบธรณีพิบัติ

คาดว่าโดยรวมผลด้านกิจกรรมที่มาชดเชยฟื้นฟูความเสียหายจะมีมูลค่าโดยรวมมากกว่าการสูญเสียรายได้ในปี 2548 ทำให้โดยสุทธิแล้วเศรษฐกิจสามารถขยายตัวได้มากกว่าในภาวะปกติประมาณ 0.15% แม้ว่าเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิจะสร้างผลกระทบด้านการขยายตัวของผลผลิตมวลรวมในประเทศ(จีดีพี)ไทย 0.35-0.4% ก็ตาม

นอกจากนี้ ทาง สศช.ยังคงยืนยันว่าสึนามิไม่มีผลกับจีดีพีในไตรมาสสุดท้ายของปี 2547 แน่นอน เนื่องจากในปัจจุบันกิจกรรมทางเศรษฐกิจใน 6 จังหวัดที่ประสบภัยมีมูลค่า 2.7% ของประเทศ และกินระยะเวลาเพียงแค่ 3-4 วันเท่านั้น โดยในส่วนของการท่องเที่ยวต่างๆ นักท่องเที่ยวก็ได้จ่ายเงินล่วงหน้ามาเรียบร้อยแล้ว แต่อาจจะมีผลต่อโรงแรมในด้านการจ่ายเงินคืนแก่นักท่องเที่ยวบ้าง แต่มีปริมาณไม่มาก รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยในช่วง 3-4 วันก่อนสิ้นปียังมีจำนวนตามปกติ คือ 3-3.5 หมื่นคนต่อวัน

ประิเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยปี 2548

 
ล้านบาท
% ต่อ GDP
1. ผลกระทบด้านลบ/ความเสียหาย
-34,080
-0.48
  1.1 การสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยว (นักท่องเที่ยวต่างประเทศ)
-30,000
-0.42
  1.2 การใช้จ่ายภาคเอกชน
    การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไทย
-3,600
-0.05
    จากผลกระทบด้านการจ้างงาน
-480
-0.01
  1.3 ความเสียหายของสถานประกอบการต่าง ๆ โดยประมาณ 35,600 ล้านบาท เป็นความเสียหายของทรัพย์สิน ซึ่งไม่นับรวมใน GDP เพราะถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้ลงทุนแล้ว
2. ด้านบวกจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเพื่อการฟื้นฟูและทดแทน
44,600
0.63
  2.1 การใช้จ่ายภาคเอกชน
4,000
0.06
    (1) เพื่อการทดแทนของใช้ที่เสียหายไปทั้งประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ รถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ และอื่น ๆ
    (2) สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ
  2.2 การลงทุนภาคเอกชน
35,600
0.50
    การลงทุนในการก่อสร้างภาคธุรกิจเอกชน
35,600
    การลงทุนในการก่อสร้างที่อยู่อาศัย
30,000
    การลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์
4,000
  2.3 การใช้จ่ายรัฐบาลและการลงทุนภาครัฐ ส่วนที่นอกเหนือ จากเงินโอนที่ได้นับรวมไว้แล้วในภาคเอกชน
5,000
0.07
3. ผลกระทบรวม
10,520
0.15

ขณะเดียวกัน ทางจังหวัดพังงา ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด ก็มีนักธุรกิจและผู้ประกอบการแสดงความจำนงมาแล้วว่าจะยังคงลงทุนต่อเนื่องในพื้นที่ดังกล่าว ตลอดจนกรุ๊ปทัวร์ต่างๆ ก็ยืนยันที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในภาคใต้ด้วยเช่นกัน แสดงให้เห็นว่าจะมีการ reinvestment เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

สศช.ขอยืนยันประมาณการการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2548 ที่อยู่ในระดับ 5.5-6.5% ขณะที่ไตรมาสแรกของปี 2548 จะยังคงขยายตัวไม่ต่ำกว่า 5.5-6% และจีดีพีในปี 2547 จะยังคงขยายตัวทั้งปีเฉลี่ยอยู่ที่ 6.2% ซึ่งจะมีการแถลงข่าวตัวเลขอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 7 มีนาคม 2548

ส่วนตัวเลขจีดีพีที่ สศช.บอกว่าจะบวกอีก 0.15% เป็นประมาณการในระดับปานกลาง ตามแผนที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งรวมรายได้ที่เสียไปจากการท่องเที่ยว และสิ่งปลูกสร้าง เช่น โรงแรม ที่พักอาศัยของประชาชนแล้ว โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดการขยายตัวจะมาจากกระแสรายได้ที่มาจากการลงทุน การก่อสร้าง แรงงานที่เร่งระดมลงไปเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ ที่มีมูลค่ามากกว่าค่าเสียหาย

สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภัยดังกล่าว ประกอบด้วย ผลกระทบด้านทรัพย์สิน ทรัพยากรธรรมชาติ การสูญเสียทรัพยากรบุคคล ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงกับกระแสรายได้ของประเทศ โดยต้องฟื้นฟูระบบการเตือนภัย การศึกษาและการพัฒนาองค์ความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องและการจัดโซนนิ่งพื้นที่ สิ่งปลูกสร้าง ให้เป็นระบบระเบียบ ขณะที่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับรายได้มี 2 ส่วน คือ รายได้จากการท่องเที่ยว และรายได้จากการจ้างงาน ซึ่งมีผลต่อการใช้จ่ายของประชาชน

ทั้งนี้ ในการคำนวณเบื้องต้นคาดว่าไทยจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวในวงเงินประมาณ 3-3.5 หมื่นล้านบาท โดยมาจากการสูญเสียรายได้ด้านการท่องเที่ยวในระยะสั้นมูลค่า 2-2.5 หมื่นล้านบาท การสูญเสียรายได้ของภาคเอกชนที่หายไปจากการประกอบกิจกรรมทางธุรกิจ อาทิ การประกอบอาชีพขับรถรับจ้าง ธุรกิจท่องเที่ยว การค้าปลีก ประมาณ 3.6 พันล้านบาท และจากเครื่องมือประกอบอาชีพอื่นๆ อีกประมาณ 400 ล้านบาท

ขณะที่รายได้จากเงินช่วยเหลือ เงินบริจาค ทั้งจากภาครัฐและเอกชน เพื่อนำมาใช้ในการช่วยเหลือ ปลอบขวัญผู้ประสบภัย และเงินที่จะถูกนำมาใช้ในการฟื้นฟูประเทศ มีมูลค่า 3.5-4 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือได้ว่าเป็นทุนทางสังคมที่มีค่าของประเทศไทยที่ทำให้ทั่วโลกเห็นพลังของคนไทย เพราะเงินเป็นแสนล้านก็คงไม่สามารถคำนวณเป็นตัวเงินได้

และขอยืนยันว่า สถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด เพราะแม้สึนามิกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศประมาณ 3.6 พันล้านบาทก็จริง แต่หลังจากที่มีประกันสังคม เงินช่วยเหลือ เงินชดเชย เงินบริจาคจากทั้งภาครัฐและเอกชนไหลเข้ามา จะทำให้มูลค่าความเสียหายลดลง และจะยังไม่มีผลกระทบต่อตัวเลขการส่งออกไทยในไตรมาสที่ 1 และ 2 ปี 2548 เพราะมีการสั่งซื้อล่วงหน้า แต่คงจะต้องไปดูอีกทีในไตรมาสที่ 3 และ 4

ส่วนการฟื้นฟูพื้นที่ สศช.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปสำรวจพื้นที่ทั้ง 6 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม และร่วมกับหน่วยงานในแต่ละจังหวัดจัดวางแผนยุทธศาสตร์ เพื่อประเมินงบประมาณในการฟื้นฟู นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้นายอุทิศ ขาวเธียร ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผน ตั้งทีมพิเศษ เพื่อวางแผนงานด้านเทคนิคและจัดเขตโซนนิ่ง ผังเมืองโดยรวมในพื้นที่นั้นๆ

ข้อสมมุติฐานในการประเมินผลกระทบ
   
ข้อสมมัติฐานผลกระทบ
1. ด้านการท่องเที่ยว  
 
  • จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติใน 6 จังหวัดที่ได้รับกระทบ
  • ลดลง 40% ในไตรมาสแรก และลดลง 30% ในไตรมาสที่สอง
  • จำนวนวันพักเฉลี่ยเท่ากับ 5 วัน
  • ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันเท่ากับ 4,000 บาท
 
  • จำนวนนักท่องเที่ยวไทยใน 6 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ
  • ลดลง 55% ในไตรมาสแรกจากจำนวนประมาณ 360,000 คนต่อเดือน
  • จำนวนวันพักเฉลี่ยเท่ากับ 3วัน
  • ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันเท่ากับ 2,000 บาท
2. ความเสียหายต่อสถานประกอบการ ซึ่งประกอบด้วยที่พัก โรงแรม ภัตตาคาร และบริษัทธุรกิจนำเที่ยวต่าง ๆ
  • 30,000 ล้านบาท โดยความเสียหายหนักอยู่ที่จังหวัดพังงา มีห้องพักที่สามารถให้บริการได้ประมาณร้อยละ 11
  • อุปกรณ์ เครื่องจักร รถยนต์ และอื่น ๆ เสียหาย 40,000 ล้านบาท
3. ความเสียหายของบ้านเรือนที่อยู่อาศัย
  • ประมาณ 8,000 หลัง
4. การใช้จ่ยภาคเอกชนนั้นรวมค่าใช้จ่ายในการตกแต่งภายในของโรงแรมและรีสอร์ตต่าง ๆ ไว้ด้วย  
5. ผลกระทบด้านแรงงาน
  • การจ้างงานลดลงจำนวน 20,000 คน เป็นระยะเวลา 3 เดือน และผลตอนแทนเดือนละ 8,000 บาทต่อคน
6. ค่าใช้จ่ายรัฐบาลเพื่อการฟื้นฟู และเพื่อเป็นเงินช่วยเหลือ
  • ประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นเงินช่วยเหลือประชาชนและภาคเอกชนประมาณ 5,000 ล้านบาท
7. ด้านการให้สินเชื่อและการสนับสนุนผู้ประกอบการ  
 
  • วงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ธปท. ให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่ธนาคารพาณิชย์เพื่อการให้สินเชื่อแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ)
  • กองทุนเพื่อการ่วมทุน SMEs
  • วงเงิน 30,000 ล้านบาท
  • วงเงิน 5,000 ล้านบาท

------------------------------------------------

หมายเหตุ : บทความนี้พิมพ์ในมติชนรายวัน, 7 มกราคม 2548, น. 20 ศูนย์โลกสัมพันธ์ไทยขอ ขอบคุณผู้เขียนและมติชนรายวันที่อนุญาตให้นำมาลงในเว็บนี้ได้


Keywords : ซึนามิ, เศรษฐกิจไทย, สศช., จีดีพี, การท่องเที่ยว, ฟื้นฟูเศรษฐกิจ, อำพน กิตติอำพน
 
31 Jan 05   



Copyright 2012
ศูนย์โลกสัมพันธ์ไทย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้น 7 อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี ถนนพญาไท ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทรศัพท์ 0-2218-7463-4 โทรสาร 0-2255-1124

Thai World Affairs Center, Institute of Asian Studies, Chulalongkorn University 7th Floor, Prajadhipok-Rambhai Barni Building, Phyathai Road, Bangkok 10330, Thailand
Tel: +66 (0) 2218-7463-4 Fax: +66 (0) 2255-1124 E-mail: info@thaiworld.org Website: http://www.thaiworld.org