ศูนย์โลกสัมพันธ์ไทย - Thai World Affairs Center

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ทะเลจีนใต้


ธัญญาทิพย์ ศรีพนา
นักวิจัยด้านเวียดนามศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปริญญาเอกทางรัฐศาสตร์ จากคณะกฎหมายและรัฐศาสตร์
มหาวิทยาลัย Aix-Marseille III ประเทศฝรั่งเศส


ปัญหาเกี่ยวกับอธิปไตยเหนือดินแดนในทะเลจีนใต้ระหว่างจีนกับหลายชาติในอาเซียนกลับมาร้อนระอุอีกครั้งเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2012 จีนได้พิมพ์แผนที่เมืองซานชา (Sansha) ที่รวมไปถึงหมู่เกาะใหญ่สองเกาะ เขตเศรษฐกิจจำเพาะและไหล่ทวีปของเวียดนามเข้าไปด้วย เมืองซานชาเป็นเมืองใหม่บนวู๊ดดี้ (Woody Island) หรือ Yongxing ในภาษาจีนในหมู่เกาะพาราเซล (Paracel Islands) ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้ ต่างไปจากแหล่งข้อมูล กล่าวคือ อยู่ในจำนวนระหว่าง 600- 1,000 คนบนเนื้อที่ 2.13 ตารางกิโลเมตร

ต่อมาวันที่ 27 พฤศจิกายน จังหวัดหายหนานของจีนก็ได้ นำกฎระเบียบว่าด้วยความมั่นคงชายแดนในเขตชายทะเลที่แก้ไขใหม่มาใช้ อันครอบคลุมถึงหมู่เกาะสแปรตลีย์ และหมู่เกาะพาราเซล ซึ่งก่อให้เกิดปฏิกิริยาจากเวียดนาม

ยิ่งกว่านั้น ในวันที่ 30 พฤศจิกายน ตามการรายงานข่าวของเวียดนาม เรือของเวียดนาม ชื่อ บิ่งห์มิงห์ 2 (Binh Minh 2) ที่กำลังทำการสำรวจการสั่นสะเทือนใต้ท้องทะเลในเขตเศรษฐกิจจำเพาะและไหล่ทวีปของเวียดนาม ถูกเรือจีนตัดสายเคเบิ้ลที่วัดการสั่นสะเทือนใต้ท้องทะเล ซึ่งถือว่าเป็นความขัดแย้งระลอกใหม่ เหตุเกิดในพื้นที่ 43 ไมล์ทะเลทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะโกนก๋อ (Con Co Island) ซึ่งเวียดนามยืนยันว่าอยู่ภายในอธิปไตยของตนและขึ้นอยู่กับจังหวัดกว่างจิ (Quang Tri) ทางภาคกลางของเวียดนาม

การยืนยันอธิปไตยเหนือดินแดนในทะเลจีนใต้ โดย 6 ประเทศ อันได้แก่ บรูไน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไต้หวัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจีน เป็นประเด็นร้อนยิ่งในขณะนี้ และการยืนยันในอธิปไตยของจีนเหนือดินแดนในทะเลจีนใต้มีความแข็งกร้าวมากขึ้นนับตั้งแต่ช่วงสามปีที่ผ่านมา และมีขึ้นในรูปแบบต่างๆ ดังเช่นที่กล่าวมาข้างต้น

แต่ก่อนที่จะพูดถึงความขัดแย้งต่างๆที่เกิดขึ้น เราน่าจะทำความเข้าใจกันก่อนว่า ทะเลจีนใต้ถูกเรียกกันในชื่อต่างๆกันอย่างไร พื้นที่ทะเลจีนใต้ทั้งหมด ประกอบด้วยหมู่เกาะอะไรบ้าง  และมีความสำคัญอย่างไร เหตุใดจึงเป็นที่ต้องการของหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีน

คำว่า “ทะเลจีนใต้”  ในภาษาที่ต่างกันไป

“ทะเลจีนใต้” ถูกเรียกด้วยชื่อต่างๆกันไปตามแต่ภาษาของประเทศผู้อ้างอธิปไตย ดังนี้

จีนเรียก ทะเลจีนใต้ ว่า ทะเลใต้ หรือ South Sea หรือ Nan Hai  ส่วนเวียดนาม เรียกว่า ทะเลตะวันออก หรือ East  Sea หรือ Biển Đông  มาเลเซีย เรียกว่า Laut Cina Selatan   อินโดนีเซีย เรียกว่า Laut Cina Selatan เช่นกัน ส่วนฟิลิปปินส์ เรียกว่า ทะเลลูซอน (Luzon Sea) หรือ  Dagat Timog Tsina  ต่อมาเรียกว่า ทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตก (West Philippine Sea)

ภูมิศาสตร์ของทะเลจีนใต้

ทะเลจีนใต้เป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแปซิฟิค ประกอบด้วย หมู่เกาะ เกาะประมาณ 250 เกาะ อันรวมถึงเกาะรูปวงแหวนที่เกิดจากหินปะการัง โขดหิน หินโสโครก แนวปะการังใต้ทะเล รวมทั้ง สันดอนสันทรายจำนวนมากมายที่ไม่มีคนอาศัยอยู่  และในช่วงน้ำขึ้นเกาะ สันดอน และโขดหินเหล่านี้จะจมอยู่ใต้น้ำ หรือ บางส่วนจะจมอยู่ใต้น้ำตลอดเวลา ทะเลจีนใต้ประกอบด้วยหมู่เกาะหลักๆ 3 หมู่เกาะ และอีกกลุ่มเกาะเล็กๆ หรือโขดหิน หรือ แนวโขดหินเล็กๆอีก  2 กลุ่มตามขนาด ดังนี้

1. หมู่เกาะสแปรตลีย์ (Spratleys Islands) หรือ หนานชา (Nansha) ในภาษาจีน และเจื่องซา (Truong Sa) ในภาษาเวียดนาม  เป็นหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในทะเลจีนใต้ รวมถึง เกาะ สันดอนและโขดหินในจำนวนที่ไม่สามารถบอกได้แน่นอน อย่างน้อยไม่น้อยกว่า 175 แห่ง กินพื้นที่ 810 x 900 กิโลเมตร

ประเทศที่อ้างอธิปไตยทั้งหมู่เกาะ ก็คือ จีน ไต้หวัน เวียดนาม  ส่วนมาเลเซียและบรูไน อ้างอธิปไตยบางส่วน ในขณะที่เวียดนามครอบครองเกาะมากที่สุด คือ จำนวน 27 เกาะ จีนครอบครอง 7-9 เกาะ ฟิลิปปินส์ครอบครองจำนวน 9  เกาะ มาเลเซีย 3 เกาะ และไต้หวันครอบครองเกาะที่ใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะสแปรตลีย์ นั่นคือ อีตู อบา (Itu Aba) หรือเกาะไตปิง  (Taiping Island) ซึ่งมีความยาว 1.3 กิโลเมตร โดยไต้หวันเป็นประเทศแรกที่เข้ามาครอบครองเกาะในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

2. หมู่เกาะพาราเซล (Paracel Islands) หรือ ซีชา ในภาษาจีน (Xisha Islands) และ ฮว่างซา (Hoang Sa Islands) ในภาษาเวียดนาม  ประเทศที่อ้างอธิปไตยเหนือหมู่เกาะพาราเซล ได้แก่ จีน ไต้หวัน เวียดนาม หมู่เกาะพาราเซลอยู่ภายใต้อำนาจการบริหารของจังหวัดไห่หนาน (Hainan) ของจีน ก่อนปี 1974 เวียดนามครอบครองหมู่เกาะนี้ แต่ต้องสูญเสียให้จีนหลังจากการพิพาทในปี 1974

3. หมู่เกาะปราตัส (Pratas Islands) หรือ ดงชา (Dongsha) ในภาษาจีน ซึ่งไต้หวันครอบครองอยู่ และจีนก็อ้างสิทธิ์ด้วยเช่นกัน

4. แมคเคิลส์ฟิลด์แบงค์ (Macclesfield Bank) หรือ ซงชา (Zhongsha Island) ในภาษาจีน อ้างสิทธิ์โดย จีน ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และ Scarborough Shoal

แมคเคิลส์ฟิลด์แบงค์ มีพื้นที่ 6,448 กิโลเมตร ตั้งอยู่ทางตะวันออกของหมู่เกาะพาราเซล ทางตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่เกาะปราตัส และทางเหนือของหมู่เกาะสแปรตลีย์  แมคเคิลส์ฟิลด์แบงค์มีความยาวมากกว่า 130 กิโลเมตร มีส่วนกว้างมากที่สุดคือ 70 กิโลเมตร

5. สกาโบโร โชล (Scarborough Shoal) หรือ Huangyan Dao ในภาษาจีน หรือ ปานาตัก โชล(Panatag Shoal หรือ Panatag Reef) ในภาษาตากาล๊อก  อ้างอธิปไตยโดย จีน ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ ตั้งอยู่ระหว่างแมคเคิลส์ฟิลด์แบงค์กับเกาะลูซอนของฟิลิปปินส์ และห่างจากฐานทัพเก่าอเมริกันที่ซูบิคเบย์ (Subic Bay) เป็นระยะทาง 123 ไมล์ทะเล สกาโบโร โชล เป็นกลุ่มหิน หรือโขดหิน หรือเกาะขนาดเล็กมากๆ และ แนวปะการังในรูปวงแหวนที่อยู่ในทะเลจีนใต้

Description: D:\Users\Thanyathip\Pictures\Map--SCS.png
จาก website

ความสำคัญของทะเลจีนใต้

ทะเลจีนใต้ มีความสำคัญทั้งทางเศรษฐกิจและทางยุทธศาสตร์ ในทางเศรษฐกิจ ทะเลจีนใต้ มีความสำคัญอย่างน้อยๆ 3 ประการ อันได้แก่ เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งที่สำคัญ มีความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ เป็นแหล่งปลาที่สำคัญแห่งหนึ่ง และมีความอุดมสมบูรณ์ของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ สำหรับความสำคัญทางยุทธศาสตร์ทางทหารนั้นจะขอกล่าวในตอนต่อไป

1. ทะเลจีนใต้เป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ

ทะเลจีนใต้มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ  3.5 ล้านตารางกิโลเมตร เป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแปซิฟิค ครอบคลุมพื้นที่จากสิงคโปร์ ช่องแคบมะละกา ไปยังช่องแคบไต้หวัน ทะเลจีนใต้ยังเชื่อมมหาสมุทรอินเดียเข้ากับมหาสมุทรแปซิฟิค หรือที่เรียกว่า เส้นทางตะวันออก-ตะวันตก และเชื่อมออสเตรเลีย นิวซีแลนด์เข้ากับเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ หรือที่เรียกว่า เส้นทางเหนือ-ใต้ ซึ่งเส้นทางเหล่านี้จะผ่านช่องแคบมะละกา (Malacca) ซุนดา (Sunda) และลอมบ็อก ( Lombok)

ทะเลจีนใต้เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งที่สำคัญเส้นทางหนึ่งของโลก ปัจจุบัน เรือจำนวน 60,000 ลำแล่นผ่านทะเลจีนใต้ในแต่ละปี ทะเลจีนใต้เป็นเส้นทางผ่านของเกือบจะครึ่งหนึ่งของการขนส่งทางทะเลของโลกในแง่ของระวางน้ำหนักเป็นตัน เป็นเส้นทางผ่านของ 1 ใน 3 ของการค้าทางทะเลของโลก เป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบ ร้อยละ 80 ของจีน ร้อยละ 66 ของเกาหลีใต้ และร้อยละ 60 ของญี่ปุ่น  ทะเลจีนใต้ยังเป็นเส้นทางลำเลียงก๊าซธรรมชาติเหลว (liquefied natural gas) จำนวน 1 ใน 3 ของจำนวนก๊าซธรรมชาติของโลก และน้ำมันที่ต้องผ่านช่องแคบมะละกา ก็มีจำนวนมากกว่าน้ำมันที่ต้องผ่านคลองสุเอซถึง 6 เท่า (13.6 ล้านบาเรลต่อวัน-2011) และมากกว่าน้ำมันที่ต้องผ่านคลองปานามา จำนวน 16 เท่า (0.8  ล้านบาเรลต่อวัน-2011)

ทะเลจีนใต้ยังมีความสำคัญต่อการนำเข้าส่งออกของประเทศนอกภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้อย่างอินเดียด้วยเช่นกัน โดยร้อยละ 50 ของการนำเข้าส่งออกของอินเดียต้องผ่านทะเลจีนใต้ ยิ่งกว่านั้น ทะเลจีนใต้ยังมีความสำคัญต่อความมั่นคงทางพลังงานของอินเดีย ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่กำหนดจุดยืนของอินเดียต่อทะเลจีนใต้ ดังที่ว่า ความขัดแย้งต้องแก้ไขอย่างสันติวิธี บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ

ทะเลจีนใต้ยังมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในอดีต กล่าวคือ ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง โดยกองทัพพระจักรพรรดิ์ญี่ปุ่นได้ใช้เกาะสแปรตลีย์ในทะเลจีนใต้เป็นฐานในการโจมตีประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ในปัจจุบัน ทะเลจีนใต้ก็มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างยิ่งด้วยเช่นกัน

2. ความอุดมสมบูรณ์ของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

ทะเลจีนใต้เป็นแหล่งน้ำมันดิบและก๊าสธรรมชาติแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่ง แหล่งน้ำมันพบอยู่ในเขตซาบาห์ (บรูไน/มาเลเซีย) นามโกนเซิน (ทางใต้ของเวียดนาม) ซาราวัค (อินโดนีเซีย) มาลัมปายา (ฟิลิปปินส์)

การสำรวจน้ำมันได้เริ่มขึ้นนับตั้งแต่ปี 1973 ในช่วงที่มีวิกฤตการณ์น้ำมัน ประเทศผู้อ้างสิทธิ์  เช่น จีน ทำการสำรวจน้ำมันโดยการร่วมทุนกับต่างประเทศ ในปี 2006 China National Offshore Oil Company (CNOOC) ร่วมมือกับบริษัท Husky Energy ของแคนาดาได้ทำการสำรวจและค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติ  จีนคาดว่า มีน้ำมันสำรองในจำนวนถึง 210 พันล้านบาเรลในทะเลจีนใต้  และมีก๊าซธรรมชาติในจำนวน 266 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต (266 trillion cubic feet)

สถานการณ์ทางการเมืองในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ได้ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนน้ำมัน อีกทั้ง จำนวนน้ำมันสำรองในโลกที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะมีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในเอเชีย-แปซิฟิค ทำให้ประเทศผู้อ้างสิทธิ์  หันมาสนใจและต้องการครอบครองพื้นที่นี้

3. ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ทะเล

ทะเลจีนใต้เป็นแหล่งสัตว์น้ำ และมีความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล มีจำนวนสัตว์น้ำในจำนวน 1 ใน 3 ของโลก

จีนเคยอ้างหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่า ทะเลจีนใต้เป็นทะเลสาปทางใต้ของจีนและชาวประมงจีนมักจะเข้ามาทำประมงในพื้นที่นี้ ทะเลจีนใต้ยังเป็นทั้งเส้นทางผ่านและเป็นที่เพาะพันธุ์ของปลาทุน่าครีปเหลือง อีกทั้ง เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์สำหรับการประมงเพื่อการพาณิชย์ ผลผลิตการประมงมีปริมาณประมาณร้อยละ 8 ของผลผลิตประมงของโลก ทะเลจีนใต้สามารถให้ผลผลิตในอัตรา 7 ล้านตันต่อปี ด้วยมูลค่าประมาณ 6.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

อุตสาหกรรมประมงมีความสำคัญยิ่งต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศชายฝั่ง เช่น กรณีอุตสาหกรรมประมงของฟิลิปปินส์ คิดได้เป็นร้อยละ 5 ของผลผลิตมวลรวมแห่งชาติ (GNP) และคนฟิลิปปินส์จำนวน 5 ล้านคนเป็นชาวประมง ขณะที่คนฟิลิปปินส์บริโภคปลา 40 กิโลกรัมต่อคน ต่อปี

การขยายพื้นที่อธิปไตยและพื้นที่จับปลา อีกทั้ง การขยายพื้นที่ประมงที่ทับซ้อนกันในทะเลจีนใต้ ก่อให้เกิดความตึงเครียด การกระทบกระทั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างจีนกับเวียดนามและฟิลิปปินส์

ความสำคัญทางเศรษฐกิจบางประการของทะเลจีนใต้ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ทำให้ 6 ประเทศที่กล่าวมาข้างต้นอ้างและยืนยันอำนาจอธิปไตยของตนเหนือพื้นที่ในทะเลจีนใต้ และสิ่งที่ทำให้เกิดความกังวลและกลายเป็นความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ ก็คือ การยืนยันในอธิปไตยของจีนเหนือทะเลจีนใต้อย่างแข็งกร้าว  ความเข้มแข็งและขีดความสามารถของกำลังทางทหารทางทะเลของจีนที่แสดงให้เห็นถึงความทันสมัยและการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่เพิ่มมากขึ้น และการปฏิบัติการทางทะเลของจีนในทะเลจีนใต้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา

ความสำคัญของทะเลจีนใต้ในด้านยุทธศาสตร์ยังเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ และเป็นเหตุผลประการหนึ่งที่ทำให้ประเทศมหาอำนาจใหญ่ ดังเช่น สหรัฐฯ ต้องการกลับมายังภูมิภาคเอเชียอีกครั้ง

บรรณานุกรม

- B. Taylor and D. E. Hayes, “Origin and history of the South China Sea basin”, Geophysical Monograph Series, Vol.27, pp.23-56, 1983, http://www.agu.org/books/gm/v027/GM027p0023/GM027p0023.shtml.

- Nazery Khalid, “South china sea platform for prosperity or arena for altercation?”, 5 March 2011, http://southchinaseastudies.org/en/conferences-and-seminars-/507-south-china-sea-platform-for-prosperity-or-arena-for-altercation-by-nazery-khalid

- Richard Rousseau, “South China Sea: Rising Tensions but No Permanent Solutions on the Horizon”, 16 September 2011, http://www.foreignpolicyjournal.com/2011/09/16/south-china-sea-rising-tensions-but-no-permanent-solutions-on-the-horizon/

- strong>South China Sea Oil Shipping Lanes, http://www.globalsecurity.org/military/world/war/spratly-ship.htm


Keywords : ทะเลจีนใต้, เส้นทางเดินเรือ, ทรัพยากรธรรมชาติ, South China Sea, sea lane, natural resources, ธัญญาทิพย์ ศรีพนา
 
17 Dec 12   



Copyright 2012
ศูนย์โลกสัมพันธ์ไทย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้น 7 อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี ถนนพญาไท ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทรศัพท์ 0-2218-7464, 0-2218-7466 โทรสาร 0-2255-1124

Thai World Affairs Center, Institute of Asian Studies, Chulalongkorn University 7th Floor, Prajadhipok-Rambhai Barni Building, Phyathai Road, Bangkok 10330, Thailand
Tel: +66 (0) 2218-7464, 2218-7466 Fax: +66 (0) 2255-1124 E-mail: info@thaiworld.org Website: http://www.thaiworld.org