เขียน ธีระวิทย์

-ศาสตราจารย์ กิตติคุณ สาขารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ
โรงเรียนประถมศึกษาเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่สิรินธร
( 绵阳市先锋路诗琳通公主小学校)
 

ในโอกาสครบรอบ 35 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน สถานกงสุลใหญ่ไทยประจำนครเฉิงตูได้จัดกิจกรรมหลายอย่าง เป็นการเฉลิมฉลองมิตรภาพอันดีระหว่างสองประเทศ หนึ่งในจำนวนนั้นคือ การเป็นเจ้าภาพร่วมกับมหาวิทยาลัยเฉิงตู และสมาคมมิตรภาพระหว่างประเทศแห่งมณฑลเสฉวน จัดสัมมนาเรื่อง “ความร่วมมือไทย-จีนในยุคโลกาภิวัตน์” ข้าพเจ้าได้รับเชิญให้ไปร่วมในงานนี้ด้วย จึงถือโอกาสไปเยือนโรงเรียนประถมศึกษาเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่สิรินธรด้วย

ด้วยความกรุณาของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ที่ช่วยประสานงานนัดหมายผู้บริหารงานของโรงเรียนฯ ข้าพเจ้ามีโอกาสไปเยือนโรงเรียนนี้ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2010 เวลา 15.45 – 19.00 น. ระหว่างนี้เป็นช่วงที่โรงเรียนปิดภาคเรียนฤดูร้อน ครูใหญ่ เฉิงหย่งเต๋อ ( 程勇德) รองครูใหญ่ เถียน หย่ง (田勇) และผู้บริหารระดับสูงของโรงเรียนอีก 3 คน ได้ให้การต้อนรับข้าพเจ้าและภรรยาเป็นอย่างดี รวมทั้งเลี้ยงอาหารเย็นด้วย จากการเยี่ยมชมโรงเรียนและสนทนากับผู้บริหาร ข้าพเจ้าเห็นว่ามีข้อมูลบางอย่างที่คนไทยน่ารู้ น่าสนใจ และอาจจะมีความสุขที่ได้ทราบผลงานที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีคุณูปการในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับจีน เพิ่มเติมจากสิ่งที่ทราบมาแล้ว

เมื่อครั้งสมเด็จพระเทพฯ เสด็จเยี่ยมผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) เมื่อเดือนเมษายน 2009 นั้น พระองค์ได้เสด็จเยี่ยมผู้ประสบภัยหลายแห่งตอนเหนือของนครเฉิงตู รวมทั้งเมืองเหมียนหยางด้วย ในโอกาสนั้น พระองค์ทรงแสดงความจำนงจะบริจาคเงินส่วนพระองค์ สร้างโรงเรียนที่ประสบภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวครั้งนี้สักหนึ่งโรงเรียน เจ้าภาพฝ่ายจีนมีความยินดีภายหลังการปรึกษาหารือกันชั่วระยะเวลาหนึ่ง ได้เลือก “โรงเรียนประถมศึกษาเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่” (绵阳先锋路小学校) สนองพระราชดำริ

โรงเรียนประถมศึกษาเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่ เป็นโรงเรียนชั้นประถม (หลักสูตร 6 ปี) ขนาดกลาง ตั้งอยู่ที่ถนนเซียนเฟิง เมืองเหมียนหยาง ปัจจุบันมีนักเรียนประมาณ 1,700 คน มี 30 ห้องเรียน แต่ละห้องเรียนมีนักเรียนประมาณ 55-60 คน สัดส่วนนักเรียนชายมากกว่านักเรียนหญิงเล็กน้อย โรงเรียนนี้ก็เหมือนกับโรงเรียนอื่นๆ ในระดับประถมศึกษา รับนักเรียนอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ จากเขตการศึกษาตามพื้นที่ที่ทางการกำหนดเท่านั้น ดังนั้น จำนวนนักเรียนจึงค่อนข้างคงที่

โรงเรียนนี้มีครูทั้งหมดประมาณ 90 คน (โปรดสังเกตว่ามีห้องเรียน 30 ห้อง ฉะนั้นขณะที่ครูคนหนึ่งมีงานสอนนั้น อีก 2 คนไม่ต้องสอน โดยใช้เวลาเตรียมการสอนหรือทำงานด้านบริหาร) มีครูชายเพียง 24 คน ที่เหลือเป็นหญิง เดิมมีที่พักสำหรับครูซึ่งมาจากต่างถิ่น แต่ปัจจุบัน สวัสดิการเช่นนี้ถูกระงับไปแล้ว มีครูอยู่เพียง 3-4 คนเท่านั้นที่ยังพำนักอยู่ในที่พักของโรงเรียน เมื่อถึงวัยเกษียณแล้ว (ชาย 60 ปี หญิง 55 ปี) บริการบ้านพักก็จะหมดไป

โรงเรียนประถมเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1965 เป็นโรงเรียนที่มีพื้นฐานและประวัติผลการเรียนระดับนำมาตลอด (เป็นที่ 1 ใน 14 โรงเรียนระดับประถมศึกษาของเขตการศึกษานั้น) วัดกันด้วยอุปกรณ์การเรียน ผู้บริหารโรงเรียน คุณภาพครู และผลการเรียน

โรงเรียนนี้อยู่ห่างจากนครเฉิงตูไปทางเหนือประมาณ 110 ก.ม. ห่างจากอำเภอเวิ่นชวน (汶川) ซึ่งเป็นศูนย์กลางแผ่นดินไหวไปทางตะวันออกประมาณ 50 ก.ม. (แผ่นดินไหวขนาด 8.0 ริกเตอร์ เมื่อ 12 พฤษภาคม 2008 มีผู้เสียชีวิตประมาณ 69,227 คน สูญหาย 17,923 คน บาดเจ็บ 374,643 คน) ตามคำบอกเล่าของผู้ช่วยครูใหญ่ โรงเรียนนี้อาคารพังเสียหายจนใช้การไม่ได้ ถึงแม้จะไม่มีครู-นักเรียนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ แต่ก็มีครูบางคนได้รับผลกระทบทางใจมาก เพราะมีญาติมิตรซึ่งอยู่ในที่เกิดภัยพิบัติสูญเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ

ภายหลังแผ่นดินไหว เมื่อถึงเวลาเปิดเทอม โรงเรียนต้องไปขอที่ว่างบริเวณใกล้เคียงแล้วเอาเต็นท์ไปกางทำเป็นที่เรียน เมื่อผู้บริหารโรงเรียนและครูทราบว่าสมเด็จพระเทพฯ ทรงมีพระเมตตาจะบริจาคเงินส่วนพระองค์สร้างอาคารเรียนใหม่ให้ ณ ที่เดิมของโรงเรียน พวกเขาดีใจมาก งานก่อสร้างอาคารใหม่ใช้เวลาเพียง 6 เดือนก็แล้วเสร็จ (เริ่ม 11 สิงหาคม 2009) เริ่มใช้งานได้เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2010 และสมเด็จพระเทพฯ เสด็จไปเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอาคารใหม่เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2010 เวลา 10.00 น. เพื่อเป็นเกียรติแก่โรงเรียน และเพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพฯ โรงเรียนได้เปลี่ยนชื่อใหม่ โดยเพิ่มพระนามในภาษาจีน 诗琳通公主 ซึ่งแปลว่า “เจ้าฟ้าหญิงสิรินธร” ลงต่อท้ายชื่อเดิม เป็น 绵阳市先锋路诗琳通公主小学校 ให้สอดคล้องกับชื่อที่ได้รับพระราชทานใหม่ในภาษาไทยว่า “โรงเรียนประถมศึกษาเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่ สิรินธร”

สิ่งก่อสร้างของโรงเรียนที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ นั้น เจ้าภาพนิยมบอกขนาดของอาคารว่าเป็นเนื้อที่วัดเป็นตารางเมตร เชื่อว่าคนทั่วไปมองไม่เห็นภาพว่ามีขนาดกว้างใหญ่เท่าไร วัดด้วยสายตาของข้าพเจ้าเอง (ดูรูปถ่ายประกอบ) อาคารเป็นรูปตัวแอล (L) ต่อกันยาวประมาณ 120+120 เมตร ส่วนที่กว้างประมาณ 28 เมตร สำหรับเป็นทางเดินกลางระหว่างห้องเรียนทั้ง 2 ด้านยาวประมาณ 120 + 60 เมตร ที่เหลือยาว 60 เมตร มีความกว้างประมาณ 20 เมตร ทั้งหมดมีความสูง 5 ชั้น แบ่งเป็น 36 ห้อง จุนักเรียนได้ประมาณ 2,000 คน อาคารทั้งหมดสร้างด้วยซีเมนต์คอนกรีต พื้นผนังทาสีขาวอมเหลือง มีลายทาบแนวนอนด้วยสีแดงสลับเหลืองแลดูสง่างามตา พร้อมมีพระสัญลักษณ์ประจำพระองค์ (พระนามาภิไธยย่อ สธ ภายใต้มงกุฎขัตตินารี ไม่มีพระจอน) ติดอยู่บนขอบผนังด้านนอกของอาคารเรียน ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด อาคารหลังใหม่นี้มีความคงทนต้านแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวได้ขนาด 8.0 ริกเตอร์ สนามทั้งหมดมีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ ปูพื้นยางโพลิเมอร์สีเขียว มีเส้นแบ่งเขตเป็นสนามเอนกประสงค์ถึง ๕ สนาม ใช้เล่นกีฬาได้หลายประเภท อาทิ บาสเกตบอล วอลเลย์บอล แบดมินตัน ใช้เป็นสนามบาสเกตบอลด้วย

เจ้าภาพพาไปชมห้องทำงานของครู ห้องเรียน และพาไปสนทนากันที่ห้องครูใหญ่ เขาบอกว่าทุกอย่างดีกว่าของเดิมที่เคยมี โต๊ะและอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งคอมพิวเตอร์ได้จากงบประมาณการศึกษาของเมืองเหมียนหยาง รายจ่ายประจำปีอื่นๆ ของโรงเรียนก็เหมือนกับโรงเรียนอื่นๆ ได้จากงบประมาณจากเมืองเหมียนหยางและจากรัฐบาลกลาง

ถามว่าอาคารกว้างใหญ่ที่สร้างใหม่ใช้เวลาเพียง 6 เดือน ทำได้อย่างไร เจ้าภาพตอบว่า ตัวอาคารสร้างด้วยเงินบริจาคของสมเด็จพระเทพฯ ไม่ต้องผ่านขั้นตอนมากในการเตรียมงาน นอกจากนั้น ระหว่างการก่อสร้าง 6 เดือนนั้น ไม่มีภัยธรรมชาติมาขัดขวาง ทำงานได้ต่อเนื่อง ผู้บริหารของโรงเรียนก็เอาใจช่วย อยากให้เสร็จเร็ว จะได้ให้นักเรียนที่เรียนในเต็นท์มาเรียนในห้องเรียน สิ่งที่เขาไม่ได้พูด แต่ข้าพเจ้าคิดว่าสำคัญคือ (1) ผู้รับเหมาก่อสร้างคือ บริษัทอิตาเลียน-ไทย ซึ่งมีฐานธุรกิจในไทย เชื่อว่าพระบารมีของสมเด็จพระเทพฯ ย่อมช่วยให้ผู้คุมงานที่ไปจากไทย 3-4 คน ที่เหลือเป็นคนงานจีนในท้องที่ทำงานไปได้อย่างราบรื่น (2) ผู้คุมงานและคนงานรู้ดีว่าเป็นงานที่สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานให้คนจีนเพื่อการศึกษา ทุกคนทุ่มเทในการทำงาน (3) ชุมชนของโรงเรียนตั้งแต่ครูใหญ่จนถึงชาวบ้านในเขตการศึกษาให้ความร่วมมือดี เพราะรู้ดีว่าเป็นของพระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ (4) งานสร้างโรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของงานบรรเทาทุกข์ ซึ่งต้องการความเร่งด่วน และ (5) งานก่อสร้างทุกประเภทในจีนในยุคปัจจุบัน เมื่อเทียบกับไทย ของจีนจะทำเสร็จได้เร็วกว่า

โรงเรียนนี้ก็เหมือนกับโรงเรียนอื่นๆ ในเขตเดียวกัน วิชาที่เรียนมี 3 ส่วน ส่วนหนึ่งกำหนดโดยกระทรวงศึกษาธิการของรัฐบาลกลาง (เช่น คณิตศาสตร์) ส่วนหนึ่งกำหนดโดยศึกษาธิการของมณฑลซื่อชวน (เช่น วิชาคอมพิวเตอร์) และอีกส่วนหนึ่งกำหนดโดยโรงเรียน (เช่น วิชาใช้ลูกคิด หรือวิชาอะไรที่เป็นความรู้ในการใช้อุปกรณ์ ใช้มันสมอง และฝึกอบรมจิตใจให้เหมาะสมกับภาวะแวดล้อมประจำท้องถิ่น ลักษณะแบบชุดวิชา ส่งเสริมประสบการณ์ชีวิต หรือ สปช.) ภาษาอังกฤษต้องเรียนตามนโยบายของรัฐบาลกลาง ถามว่ามีโครงการจะเปิดสอนวิชาภาษาและวัฒนธรรมไทยหรือไม่ เจ้าภาพบอกว่ากำลังปรึกษาหารือกันอยู่ว่าจะต้องเตรียมงานอย่างไร และมีขั้นตอนอย่างไร โรงเรียนนี้ประสงค์จะมีสายสัมพันธ์ฉันพี่น้องกับโรงเรียนจิตรลดา และในเดือนสิงหาคม 2010 ครูใหญ่และเด็กนักเรียนจำนวนหนึ่ง จะเดินทางมาเยือนประเทศไทยและเยี่ยมโรงเรียนจิตรลดาด้วย

ถ้าโรงเรียนประถมศึกษาเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่สิรินธร เปิดสอนวิชาภาษาและวัฒนธรรมไทย เข้าใจว่าจะเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษาแห่งแรกของจีนที่ทำเช่นนี้ คนไทยมีเหตุผลดีที่จะช่วยกันส่งเสริม เพราะที่ผ่านมา การเรียนการสอนในระดับประถมศึกษานั้น ภาษาและวัฒนธรรมจีนเผยแพร่เข้ามาสู่ไทยแต่ฝ่ายเดียว ผ่านโรงเรียนประถมศึกษาไทยมากกว่า 500 แห่ง ถ้ามองความสัมพันธ์ไทย-จีนระหว่างประเทศต่อประเทศ ไทยเป็นประเทศเล็กมากในสายตาของคนจีน การที่จะให้คนจีนสนใจและเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทยตั้งแต่เด็ก จึงเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าจะมองโลกในยุคโลกาภิวัตน์ในอนาคต แต่ละมณฑล เขตปกครองตนเอง หรือมหานครที่ขึ้นต่อรัฐบาลกลางโดยตรง สามารถติดต่อสัมพันธ์กับไทยโดยตรงมากขึ้น ไทยจะเป็นที่รู้จักมากขึ้นในทัศนะของแต่ละมณฑลฯ ฉะนั้น ประชาชนคนจีนจึงมีเหตุผลดีมากขึ้นที่จะเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทยตั้งแต่เด็ก โรงเรียนประถมศึกษาเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่สิรินธร มีเหตุผลดีพอที่จะเป็นโรงเรียนบุกเบิกในด้านนี้

ชื่อของโรงเรียนซึ่งมีภาษาไทยอยู่ด้วย (ซึ่งมีหนึ่งเดียวในประเทศจีน) และพระนามของสมเด็จพระเทพฯ ซึ่งคนจีนยกย่องให้เป็นมหามิตรหนึ่งใน 10 คนของโลกในรอบ 100 ปีที่ผ่านมานั้น ย่อมเป็นสัญลักษณ์ที่เป็นสิริมงคลต่อความสัมพันธ์ไทย-จีนที่ดีงามและยั่งยืนตลอดไป

ในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพฯ และคณะไปทำพิธีเปิดอาคารเรียนเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2010 นั้น สื่อมวลชนจีนได้รายงานข่าวนี้กันอย่างเอิกเกริก เว็บไซต์ภาษาจีนในจีนนับร้อยแหล่ง รายงานสดุดีพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเทพฯในพิธีเปิดอาคารเรียน และกล่าวถึงคุณูปการของสมเด็จพระเทพฯ ในการส่งเสริมมิตรภาพไทย-จีน บางแหล่งทำวีดีทัศน์เด็กนักเรียนห้อมล้อมพระองค์อย่างใกล้ชิด สื่อมวลชนถ่ายทอดพระราชดำรัสของสมเด็จพระเทพฯ เป็นภาษาจีนในพิธีเปิดอาคาร “...นี่เป็นผลงานจากความพยายามร่วมกันของพวกเราทั้งฝ่ายไทยและจีน และเป็นผลพวงของมิตรภาพของประชาชนไทย-จีนด้วย”

ถามว่าฐานะของโรงเรียนและชีวิตของครู-นักเรียน ก่อนและหลังได้อาคารพระราชทานหลังใหม่ต่างกันอย่างไรหรือไม่ เจ้าภาพตอบว่า มีความแตกต่างกันมากพอควร (1) ครู-นักเรียน-ผู้บริหารสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพฯ ต้องขยันมากขึ้นในการเรียนการสอน และประพฤติดีเพื่อให้โรงเรียนมีฐานะดียิ่งๆ ขึ้น (2) ได้อาคารเรียนใหม่ และอุปกรณ์ใหม่ ฐานะดีขึ้น ทำให้ครูส่วนมากต้องพยายามเรียนรู้วิธีการใช้อุปกรณ์สมัยใหม่ (3) สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนมากพอควร โรงเรียนนี้เด่นเป็นที่สนใจและรู้จักของผู้คนมากขึ้นจากรายงานข่าวของสื่อมวลชน มีคนมาศึกษาดูงาน และมีนักข่าวมาสัมภาษณ์ไม่ขาดสาย สัปดาห์ละ 2-3 ราย บางวันมีนักข่าวมาพร้อมกัน โรงเรียนต้องใช้เวลาต้อนรับแขกมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีแรงกดดันเพิ่มขึ้น เพื่อให้การเรียน-การสอนมีประสิทธิภาพดีขึ้น และเพื่อให้สมกับฐานะที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพฯ

Keywords : โรงเรียนประถมศึกษาเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่สิรินธร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, เฉิงหย่งเต๋อ, แผ่นดินไหวซื่อชวน, โรงเรียนจิตรลดา, พิธีเปิดอาคารโรงเรียนเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่, เขียน ธีระวิทย์
  
30 ก.ค. 2553   




ศูนย์โลกสัมพันธ์ไทย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ชั้น 7 อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี ถนนพญาไท ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์ 0-2218-7464, 0-2218-7466 โทรสาร 0-2255-1124

Thai World Affairs Center, Institute of Asian Studies, Chulalongkorn University
7th Floor, Prajadhipok-Rambhai Barni Building, Phyathai Road, Bangkok 10330 Thailand
Tel: +66 (0) 2218-7464, 2218-7466 Fax: +66 (0) 2255-1124

E-mail: info@thaiworld.org
Website: http://www.thaiworld.org