ธัญญาทิพย์ ศรีพนา

นักวิจัยด้านเวียดนามศึกษา
สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปริญญาเอกทางรัฐศาสตร์ จากคณะกฎหมายและรัฐศาสตร์
มหาวิทยาลัย Aix-Marseille III ประเทศฝรั่งเศส 
จุดแข็งของเวียดนามสู่ความสำเร็จในการพัฒนาประเทศ (ตอนที่ 2) ความสามารถในการปรับตัวในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ
 

ความสำเร็จในการพัฒนาประเทศเวียดนาม นอกจากจะมีที่มาจากความสามารถในการปรับตัวและความสามารถในการผสมผสานยุทธศาสตร์และนโยบายทางเศรษฐกิจแล้ว ยังมีที่มาจากความสามารถในการปรับตัวในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ

ในปี 1986 เวียดนามประกาศนโยบายการปฏิรูปทางเศรษฐกิจในที่ประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามครั้งที่ 6 นโยบายการปฏิรูปทางเศรษฐกิจได้นำเวียดนามไปสู่การเปิดประเทศไปพร้อมกัน

ก่อนการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ เวียดนามมีความสัมพันธ์กับแต่เพียงประเทศสังคมนิยมด้วยกันเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสหภาพโซเวียต ประเทศในยุโรปตะวันออก ลาว คิวบา เกาหลีเหนือเป็นหลัก

หลังจากการปฏิรูปทางเศรษฐกิจและการเปิดประเทศ เวียดนามได้พยายามสร้างและปรับความสัมพันธ์กับทุกประเทศโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างของระบบการเมือง และแม้แต่กับประเทศที่เคยต่อต้านนโยบายของเวียดนามในการคงกองกำลังในกัมพูชาในช่วงต้นและกลางทศวรรษที่ 1980 การเปิดความสัมพันธ์กับทุกประเทศนี้ อาจเรียกว่าเป็นการดำเนินนโยบายต่างประเทศในหลายทิศทาง (a Multi-Directional Foreign Policy) และต่อมาได้มีการประกาศการดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบ "พหุภาคีนิยมและการกระจายความสัมพันธ์" (Foreign policy of Multilateralism and Diversification) ซึ่งเน้นความสัมพันธ์ระดับพหุภาคี ทั้งหมดนี้ นับว่า เป็นการพลิกผันในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของเวียดนามครั้งสำคัญยิ่ง

การดำเนินการรุกทางการทูตของเวียดนามเห็นชัดมากขึ้นในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 เมื่อเวียดนามพยายามปรับความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศในกลุ่มอาเซียนเป็นอันดับแรก โดยเริ่มต้นจากความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี เวียดนามมียุทธวิธีในการรุกทางการทูตด้วยการใช้การปรับความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีนำระดับพหุภาคี

เวียดนามและไทยประสบความสำเร็จในการปรับความสัมพันธ์ระหว่างกันเมื่อนายกรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนการเยือนในเดือนตุลาคม 1991 และมกราคม 1992 ตามลำดับ อันที่จริง ทั้งสองประเทศได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันแล้วเมื่อ 6 สิงหาคม 1976 แต่ต่อมาความสัมพันธ์ได้หยุดชะงักลงเนื่องจากไทยทำการต่อต้านนโยบายของเวียดนามในเรื่องกัมพูชา

ในกรณีประเทศอื่นๆในกลุ่มอาเซียน เวียดนามก็ประสบความสำเร็จในการปรับความสัมพันธ์ด้วยเช่นกัน การปรับความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีนี้มิได้มีเฉพาะกับประเทศในกลุ่มอาเซียนเท่านั้น แต่ยังขยายไปยังประเทศในยุโรปตะวันตก ยุโรปเหนือ อเมริกาเหนือ และต่อมากับประเทศในกลุ่มลาตินอเมริกาและแอฟริกา

ในกรณีความสัมพันธ์กับประเทศในกลุ่มอาเซียน หลังจากที่ความสัมพันธ์ในระดับทวิภาคีได้ปรับเป็นปกติแล้ว การสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มอาเซียนในฐานะองค์กร ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ในระดับพหุภาคีก็มีขึ้น และในที่สุด เวียดนามได้เข้าเป็นสมาชิกอาเซียนในปลายเดือนกรกฎาคม 1995 หลังจากที่เวียดนามได้ปรับความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 1995 แล้ว นั่นหมายถึงการที่อาเซียนได้รับไฟเขียวจากสหรัฐฯ นั่นเอง

จากนั้น เวียดนามได้เข้าเป็นสมาชิกเอเปค (APEC) ในเดือนพฤศจิกายน 1998 และได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (World Trade Organization) ในวันที่ 11 มกราคม 2007

เวียดนามได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงไม่ถาวรของสหประชาชาติในช่วงปี 2008-2009 และได้รับเลือกเป็นประธานสมาคมอาเซียนในปี ค.ศ. 2010

ในฐานะประธานอาเซียนในปี 2010 เวียดนามได้เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมหลายครั้งในปี 2010 อย่างประสบความสำเร็จ เช่น การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนครั้งที่ 43 การประชุมระดับภูมิภาคอาเซียนครั้งที่ 7 ในเดือนกรกฎาคม 2010 การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับคู่เจรจา การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 17 (28-30 ตุลาคม 2010) การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมครั้งที่ 1 (12 ตุลาคม 2010) เป็นต้น

อะไรคือปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เวียดนามต้องปรับเปลี่ยนการดำเนินนโยบายต่างประเทศ ต้องการมีบทบาทในการเมืองระหว่างประเทศและเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลก

1. ในเบื้องต้น เพื่อใช้การรุกทางการทูตเป็นเครื่องมือในการผลักดันการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ

2. เวียดนามต้องการที่จะได้รับการยอมรับการมีสิทธิ์เสียงเท่าเทียมกับประเทศอื่นๆ และเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมในระดับภูมิภาคและระดับโลก ซึ่งเป็นเกียรติภูมิ และเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่จะเอื้ออำนวยต่อการสร้างความร่วมมือในทุกๆด้านระหว่างเวียดนามกับประเทศต่างๆ อีกทั้ง เอื้ออำนวยต่อการปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติในด้านต่างๆของเวียดนามได้

3. ความต้องการที่จะมีเอกราช ความอิสระในการกำหนดนโยบายทุกด้าน ความไม่ต้องการอยู่ภายใต้อิทธิพลของประเทศใดๆ อีกทั้ง ความต้องการที่จะสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศทุนนิยม ทำให้เวียดนามต้องการสร้างมิตร แสวงหาความเท่าเทียมในประชาคมโลก

อดีตที่ต้องอยู่ภายใต้การครอบครอง การกดขี่และการถูกเอาเปรียบจากต่างชาติ อีกทั้ง ความไม่เท่าเทียมเป็นบทเรียนที่ขมขื่นที่เวียดนามไม่ปรารถนาที่จะประสบอีกต่อไป

4. ประเด็นอธิปไตยในทะเลจีนใต้มีความสำคัญยิ่งต่ออธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาติของเวียดนามที่เวียดนามจะยอมสูญเสียไปไม่ได้ ซึ่งเวียดนามตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้เสมอมา และเวียดนามย่อมหวังว่า การเป็นมิตรกับทุกประเทศจะเป็นเสมือนการสร้างป้อมปราการเพื่อรับมือและเผชิญหน้ากับการรุกคืบของจีนในทะเลจีนใต้

นโยบายการปฏิรูปทางเศรษฐกิจและการดำเนินนโยบายต่างประเทศเป็นสิ่งที่เอื้ออำนวยซึ่งกันและกัน การดำเนินนโยบายที่ฉลาด เป็นขั้นตอน เอาจริงเอาจัง ด้วยความต่อเนื่อง มีเป้าหมายที่ชัดเจน เป็นเหตุผลประการหนึ่งที่ทำให้ในปัจจุบัน เวียดนามสามารถขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้

เวียดนามยังมีจุดแข็งประการอื่นๆ อีกที่ทำให้เวียดนามสามารถเดินไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนาประเทศในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา อันได้แก่ ความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติ ความรักชาติ ความตั้งใจอันแน่วแน่และความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาชาติ ความสำนึกในผลประโยชน์ของชาติของทั้งพรรค รัฐบาลและประชาชน ชาวเวียดนาม และความมีเสถียรภาพทางการเมืองที่ทำให้การดำเนินนโยบายในทุกด้านมีความต่อเนื่อง

บรรณานุกรม

Carlyle A Thayer and Rames Amer (eds). Vietnamese Foreign Policy in Transition. Singapore: Institute of Southeast Asian Studies, 1999.

Thanyathip Sripana. "Vietnamese Foreign Policy on Thailand after 1986", paper presented in the First Annual Conference on Asianizing Asia: Reflexivity, History and Identity, organized by ASIA Fellows Program, May 2001, pp. 343-344.

ธัญญาทิพย์ ศรีพนา. นโยบายต่างประเทศของเวียดนามหลังปี 1986 กรณีนโยบายของเวียดนามต่อไทย. สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: เลคแอนด์ฟาวด์เท่น พริ๊นติ้ง, 2550.

ธัญญาทิพย์ ศรีพนา. "แนวทางใหม่ของนโยบายต่างประเทศเวียดนามหลัง 1986". เอเชียปริทัศน์,สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กันยายน-ธันวาคม 2542, หน้า 26-48.

เอกสารจากกระทรวงต่างประเทศไทย, http://www.mfa.go.th/web/2386.php?id=273.

Keywords : เวียดนาม, จุดแข็ง, การปรับตัว, การเปิดประเทศ, การดำเนินนโยบายต่างประเทศ, ธัญญาทิพย์, ศรีพนา
  
26 เม.ย. 2555   




ศูนย์โลกสัมพันธ์ไทย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ชั้น 7 อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี ถนนพญาไท ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์ 0-2218-7464, 0-2218-7466 โทรสาร 0-2255-1124

Thai World Affairs Center, Institute of Asian Studies, Chulalongkorn University
7th Floor, Prajadhipok-Rambhai Barni Building, Phyathai Road, Bangkok 10330 Thailand
Tel: +66 (0) 2218-7464, 2218-7466 Fax: +66 (0) 2255-1124

E-mail: info@thaiworld.org
Website: http://www.thaiworld.org